[FIC] Are U My Happiness? part5

posted on 03 Oct 2009 16:31 by startvxq  in RUMH

 Talk : I can't say anymore...

but I'm really sorry

...

 

...

 

Title : Are U My Happiness? part5

Author : star[Kim YunJae]

Rating : PG-13 

 

"โอย ไม่มาจริงๆ เหรอเนี่ย พี่แจจุงใจแข็งชะมัด" ชางมินชะเง้อคอมองฝ่าผู้คนที่เดินพลุกพล่านไปมารอบตัว เหลียวแล้วเหลียวอีกก็ยังไม่เห็นวี่แววของพี่ชาย นึกเห็นใจว่าที่นายแบบชื่อดังอยู่ไม่น้อย

หน้าหล่อๆ ดูหงอยลงไปถนัดตาไม่เหลือแววขี้เล่นอย่างที่เคย คิดอยากจะกระชากกระเป๋าของชายหนุ่มมาแล้วไล่กลับบ้านไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่จะทำอย่างไรได้เล่า เพราะเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับเขาแม้แต่น้อย

เรื่องของคนสองคน ก็ต้องพูดคุยตกลงกันสองคน คนนอกคงทำได้เพียงแค่เฝ้าดูและคอยให้กำลังใจอยู่เท่านั้นเอง

...ความรักนี่มันน่าปวดหัวจริงเว๊ยเฮ๊ย...

"ไม่เป็นอะไรหรอกน่า ออกมาเมื่อเช้าก็ลากันแล้ว" ริมฝีปากอิ่มยิ้มจาง เอ่ยบอกเด็กโย่งให้คลายกังวล หรือบางทีเขาอาจจะแค่ต้องการปลุกปลอบตัวเอง กระทั่งเวลานี้เขาก็ยังอยากโอบกอดเจ้าของไออุ่นนั้นเอาไว้ไม่ให้ห่างกาย

...แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อตัวเขาตอนนี้มีเพียงแค่ความว่างเปล่า ...

"เฮ้อ บอกตามตรงว่าผมไม่เข้าใจพวกพี่เลยจริงๆ " ชางมินถอนหายใจหนัก เหล่สายตามองพี่ชายอีกคน

ทั้งที่อาทิตย์ก่อนยังมีเรื่องให้ได้หัวเราะกันอยู่แท้ๆ นิ้วยาวเปิดกระเป๋าสะพายหยิบเอาห่อกระดาษสีน้ำตาลออกมา ชวนให้อีกฝ่ายขมวดคิ้วลงอย่างไม่เข้าใจเมื่อสิ่งนั้นถูกยื่นมาทางเขา

"อะไร ให้ฉันเหรอ ของที่ระลึกหรือไง" ยูชอนรับมาพลิกซ้ายขวา เงยหน้ามองคนให้เพื่อรอคำอธิบาย

"พี่แจจุงฝากมาน่ะ ขึ้นเครื่องแล้วค่อยเปิดดู อย่าถามว่าเป็นอะไรนะ เพราะผมก็ไม่รู้ แต่เดาว่าคงเป็นหนังสือหรือสมุดอะไรสักอย่าง" ชางมินยักไหล่ อันที่จริงก็แอบสงสัยว่าทำไมพี่ชายหน้าหวานของเขาถึงไม่ยอมมอบมันให้อีกฝ่ายเอง ทั้งที่อยู่ห้องเดียวกันแท้ๆ จะฝากเขามาทำไมก็ไม่รู้ พี่แจจุงก็แปลก

"ออ ขอบใจนะ" คำตอบรับสั้นๆ ดวงตาที่ดูมีประกายเล็กน้อยยามจับจ้องวัตถุในมือ แต่ก็รู้สึกเคลือบแคลงใจถึงสาเหตุที่คนรักไม่มอบให้เขาด้วยตัวเอง ช่างเถอะ เปิดดูก็คงรู้เองล่ะมัง

"ยูชอนเข้าGATEได้แล้ว" ชายรูปร่างภูมิฐานในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเดินมาเรียกร่างหนา ใบหน้าเคร่งขรึมมีไรหนวดเล็กน้อยเนื่องจากต้องโหมเตรียมเอกสาร และติดต่อเจรจามากมายเพื่อเบิกทางให้นายแบบในการดูแล ทว่าอาการอิดโรยกลับไม่มีให้เห็นสักนิด

...ดูท่าคงเอาเวลาโกนหนวดไปนอนเสียหมด ...

"อืม อ้อพี่จองมิน นี่ชางมินที่ผมเคยเล่าให้ฟัง" ยูชอนหันไปรับคำ แล้วแนะนำคนตัวสูงให้ผู้จัดการส่วนตัวได้รู้จัก

"หืม คนนั้นนั่นเอง สนใจเป็นนายแบบไหมหนุ่มน้อย" จองมินทำท่านึก มอง 'หนุ่มน้อย' ตั้งแต่หัวจรดเท้าตามความเคยชิน ในหัวนึกชื่นชมกับส่วนสูงของอีกฝ่ายไม่น้อย หากเพิ่มกล้ามเนื้ออีกสักนิดไม่ผอมขนาดนี้คงดึงดูดสาวๆ ได้ไม่ยากทีเดียว เครื่องหน้าก็คมเข้มสมวัยดี ติดก็แต่ความไม่เป็นมิตรที่เจ้าตัวแสดงออกนั่นแหละ

...ถ้ายิ้มคงดูดีมากกว่า คงสดใสเหมือนพระอาทิตย์ยามเช้า ...

"ไม่ครับ ขอบคุณ ...พี่ยูชอนผมกลับแล้วนะ เดินทางปลอดภัยครับ" ชางมินถลึงตาใส่คนในชุดสูทอย่างไม่ปิดบังราวโกรธแค้นกันมาหลายสิบปี ก่อนหันไปเอ่ยลายูชอนที่ยืนมองคนทั้งคู่สลับไปมาอย่าง งงๆ แล้วหันหลังก้าวพรวดๆ ไม่สนใจประชาชีที่เดินสวนไปมาแม้แต่น้อย เรียวปากขมุบขมิบไปตลอดทาง ชวนให้คนมองเผลอตกใจผงะหนีอย่างไม่ทราบสาเหตุ

'ฮึ่ม ตาแก่นี่นี่เองที่ทำให้พี่แจจุงเสียใจ ยิ่งเห็นหน้าแล้วยิ่งรู้สึกหมั่นไส้ คอยดูนะ ชิมชางมินจะนั่งสวดส่งทุกวันเลย'

"ยูชอน ชางมินของนายเขาไม่พอใจอะไรพี่หรือเปล่า" จองมินเกาะไหล่นายแบบในสังกัด มองตามเจ้าของร่างสูงเพรียวเดินจากไปจนลับตา ออกจะแปลกใจกับปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มอยู่บ้าง ทว่ามองดูอีกทีก็สนุกดี

"ของผมที่ไหนกันเล่า ของแจจุงเขาต่างหาก พี่ก็อย่าเที่ยวเอานิสัยมองคนตั้งแต่หัวจรดเท้ามาใช้สิ เป็นใครก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหละ" ยูชอนส่ายหน้า เดินหนีเข้าGATE อยากจะขึ้นเครื่องให้ไวจะได้เปิดห่อในมือให้หายข้องใจเสียที

.....

"ฮัลโหล อืม...ขอบใจมาก" นิ้วเล็กกดวางสายแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนที่นอนหนานุ่มราวไม่ใส่ใจ ปากก็ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี พลางเลือกหาเสื้อผ้าตัวเก่งออกมาลองทาบกับร่างกายให้เข้าชุดกัน

ยังไม่ทันได้คว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำ โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ส่งเสียงประท้วงขึ้นมาอีกรอบ เจ้าตัวเลยเดินกลับไปหยิบมันขึ้นมาดูอย่างหงุดหงิด แต่พอเห็นว่าใครที่รออยู่ปลายสายหน้าบูดๆ เลยฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาทันควัน

"ครับพี่ยุน"

"อ่า จุนซู นี่นายอาบน้ำแต่งตัวแล้วหรือยัง" เสียงทุ้มดังมาตามสาย น้ำเสียงดูรีบร้อนพิกล หรือเขาจำเวลานัดผิดไปงั้นหรือ

"ยังครับ พี่ยุนนัดตอน 4 โมงเย็นไม่ใช่เหรอ" คนตัวเล็กขมวดคิ้ว ถามกลับอย่างไม่มั่นใจ

"เฮ้อ ค่อยยังชั่ว คือฉันจะโทรมายกเลิกนัดน่ะ พอดีว่ามีงานด่วนเข้ามาแล้วต้องขึ้นเครื่องเย็นนี้ คงไปเลี้ยงข้าวนายไม่ได้แล้ว โทษทีนะ" ยุนโฮพูดยาว กอรปกับมีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังแทรกเข้ามาในสายไม่หยุดหย่อน จุนซูเลยพยักหน้าหงึกๆ นึกเห็นใจพี่รหัสคนนี้อยู่ไม่น้อย ตากล้องชื่อดังก็อย่างนี้ล่ะนะ

"ไม่เป็นอะไรหรอกพี่ เรื่องเล็กน้อย ทำงานให้สนุกแล้วกัน"

"สนุกกับผีน่ะสิ นี่ยังไม่ทันได้เริ่มงานก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว เอองั้นวางก่อนแล้ว"

"ครับๆ เดินทางปลอดภัยนะพี่"

"อือ ขอบใจ"

สิ้นเสียง อีกฝ่ายก็กดตัดสายไป จุนซูได้แต่มองโทรศัพท์ในมือ กำลังจะโยนมันกลับไปนอนแผ่บนเตียงก็ฉุดนึกถึงใครอีกคนขึ้นมาได้ เลยจัดการกดโทรออกอย่างไม่รีรอ

"ครับ" เพียงอึดใจ เสียงปลายสายก็ตอบรับกลับมาให้อีกคนได้ยิ้มกว้าง

"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าเย็นนี้สุดหล่อมีนัดกับใครหรือเปล่าเอ่ย" จุนซูดัดเสียงให้เล็ก ฟังดูคล้ายเด็กสาว เอ่ยชักชวนอีกฝ่ายไม่ให้เสียเวลา

"จุนซู? เล่นบ้าอะไรของแกเนี่ย คนได้ยินเขาเข้าใจผิดกันพอดี" สุดหล่อบ่นกลับอย่างไม่อะไรมากนัก เพราะเพื่อนคนนี้ชอบมาแปลกๆ จนทำให้เขาชินไปเสียแล้ว ...แต่ก็ขอหน่อยเถอะ

"เข้าใจผิดอะไร ก็แกหล่อจริงๆ นี่หว่า หุ่นก็ดี ตัวก็สูง ไม่สนใจมาเป็นนายแบบให้ฉันเหรอ" คนตัวเล็กเลียบเคียงถาม ถึงจะแอบหวังลึกๆ แต่ก็เข้าใจดีว่าเพื่อนคนนี้คงไม่เล่นด้วยหรอก จะเรียกว่าเกลียดการถ่ายรูปหรือเกลียดพวกนายแบบก็ไม่รู้

"นายแบบนู้ดน่ะสิ ไม่เอาด้วยหรอก"

"เฮ๊ย ไม่มีโว๊ย คนอย่างคิมจุนซูถ่ายแต่งานสร้างสรรค์และมีจิตวิญญาณ" เสียงเล็กโวยวายจนปลายสายต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างก่อนเอากลับไปแนบหูอีกครั้ง

"แล้วใครว่านู้ดไม่มีจิตวิญญาณ ไม่สร้างสรรค์ เปลือยทุกอย่างก็ธรรมชาติดีออก"

"พูดเหมือนอยากถ่ายนะ?"

"เมื่อครู่นายบอกว่าอะไรนะ เย็นนี้เหรอ" พอรู้ตัวว่าลากตัวเองเข้าไปอย่างไม่ตั้งใจ เลยเปลี่ยนประเด็นโค้งหักศอกเลี้ยวกลับแบบตัวปลิว อีกฝ่ายเลยส่งเสียงจิ๊ปากขัดใจแบบไม่ปิดบัง

"เออสิ ว่างไหม ออกมาเจอกันหน่อย ไม่เห็นหน้าเห็นตากันนานเลย คิดถึงแกจะตาย" จุนซูบ่น

ถึงเรียนอยู่มหา'ลัยเดียวกัน แต่การเรียนคนละคณะก็ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่เจอหน้ากันสักที ยิ่งเนื้อหาวิชาด้วยแล้ว พวกเขาจึงพลาดกันอย่างน่าเสียดาย ถ้าวันไหนจุนซูออกนอกสถานที่ เพื่อนคนนี้ก็จะเรียนเลกเชอร์ พอวันไหนจุนซูเข้าเรียนบ้าง เพื่อนคนนี้ก็จะเข้าห้องแล็ป เรียกว่าชีวิตการเรียนสวนกระแสกันดีแท้ แล้วไหนจะตอนเย็นที่คนตัวเล็กไม่เคยรู้ถึงสาเหตุที่เพื่อนสนิทชอบทำตัวหายแวบเข้ากลีบเมฆบ่อยๆ นั่นอีก

...เจอหน้าลุงยามตรงโรงอาหารยังง่ายเสียกว่า...

"โห พูดอย่างกับว่าแกอยู่ติดที่นักนะ วันๆ เห็นแต่ตะลอนไปทั่ว" ปลายสายจิกกัดเล่นพอให้คัน นึกไปแล้วก็ขำดี ที่ตัวเองมีนิสัยแบบนี้ สงสัยจะติดมาจากใครบางคนแล้วละมัง

"อะไร นั่นเขาเรียกว่าหาไอเดีย สรุปว่าจะมาไหม" จุนซูแก้ตัว แกล้งกลบเกลื่อนด้วยการถามกลับพร้อมน้ำเสียงหงุดหงิด

"อืม ก็ได้ ยังไงวันนี้ก็ไม่มีที่ไป" น้ำเสียงปกติ แต่ฟังดูหงอยเหงาตรงท้ายประโยคสะกิดต่อมความรู้สึกของจุนซูให้สะดุด

"แกมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า"

"นิดหน่อย เอาไว้เจอกันที่เดิมนะ สัก 6 โมงได้ป่ะ"

"โอเคๆ ได้ๆ แล้วเจอกัน"

"แล้วเจอกัน"

ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มอยู่เสมอเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่บัดนี้มีเพียงตัวพักหน้าจอเป็นปลาโลมาตัวกลมๆ กระโดดไปมาในน้ำ นึกพะวงถึงสาเหตุของน้ำเสียงเพื่อนสนิทเมื่อครู่แล้วรู้สึกใจไม่ดี แต่เขาอาจจะคิดไปเองก็ได้ อีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนนิสัยแบบนั้นนี่นา

...ใช่แล้ว เขาคงกังวลไปเอง...

.....

ชางมินมองโทรศัพท์ในมืออย่างชั่งใจ หลังจากที่จ้ำพรวดๆ ออกมาจากสนามบินแล้ว เขาก็นั่งรถมุ่งตรงมายังสถานที่แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเคยเป็นความทรงจำของคนสองคน

สายน้ำเบื้องหน้ากระเพื่อมไหวสะท้อนประกายแสงอาทิตย์เจิดจ้า

...มองดูงดงาม แต่ก็แสนเศร้า...

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นฉุดให้หลุดออกจากภวังค์ หากแต่พอเห็นรูปคนโทรเข้า ใจกลับรู้สึกคล้ายถูกผลักลงก้นเหว แค่ความหวังเพียงน้อยนิดก็ไม่ได้เลยหรือ เขากำลังฝืนอยู่หรือเปล่านะ พยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ที่จริงแล้วเขาต้องการทำอะไรกันแน่

...คงมีแต่เขาที่จะหาคำตอบได้...

นิ้วเรียวกดส่งข้อความอย่างไม่รีรอ พาตัวเองมุ่งตรงไปยังสถานที่อันเคยคุ้นสำหรับเขา ระหว่างทางที่ดูยาวไกลนิ้วเรียวก็ระดมกดโทรออกหาผู้ที่เขาเรียกว่าพี่ชายอย่างไม่หยุดหย่อน

ทว่าไม่มีอะไรเลย นอกจากเสียงสัญญาณอันว่างเปล่า

การรอคอยสิ้นสุดลงเมื่อเขามาถึงยังจุดหมาย ตึกสูงย่านใจกลางเมือง ระบบความปลอดภัยดีเยี่ยมที่อยู่เบื้องหน้าไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลยแม้แต่น้อย เจ้าของห้องพักหนึ่งในนี้ต่างหากที่เขายากเจอ

หากจะมีปฏิกิริยาตอบกลับมาหลังจากเขากดกริ่งไปบ้างคงจะดีไม่น้อย มืออีกข้างกดโทรออกเลขหมายเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับหมุนวนอยู่ในบ่อน้ำที่หาทางออกไม่เจอ

"เอ่อ ขอโทษนะครับไม่ทราบว่าห้อง 707 อยู่หรือเปล่า" ชางมินตัดสินใจเดินเข้าไปถามตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ด้วยความร้อนใจ

"อ๋อ เห็นออกไปตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ มีอะไรให้ดิฉันช่วยไหมคะ" พนักงานหน้าตาเป็นมิตรกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"ไม่ครับ ขอบคุณ เอ่อ ไม่สิ ถ้าเขากลับมารบกวนบอกให้เขาโทรหาชางมินด้วยนะครับ"

"ค่ะ คุณชางมินนะคะ แล้วดิฉันจะบอกให้ค่ะ"

"ขอบคุณครับ" ชางมินก้มขอบคุณ ในใจยังคงพะวง กลัวว่าอาจจะเกิดอะไรที่ไม่ดี

ร่างสูงยังคงเพียรตามหาไปตามสถานที่ต่างๆ ที่คาดว่าอีกฝ่ายน่าจะไป แต่ไม่ว่าที่ใดๆ ก็ยิ่งตอกย้ำผลลับเดิมๆ

เวลาล่วงผ่านไปหลายวัน ชางมินก็ยังคงมืดแปดด้าน แม้จะไปถามตามโรงพยาบาล สถานีตำรวจ แต่ก็ไม่มีวี่แววเลยสักนิด

...ไปอยู่ที่ไหนกันนะ พี่แจจุง...

TBC...